ระเบียบการ สอบ ielts

ข้อปฎิบัติ อย่างเคร่งครัด ในการ เข้า สอบ ielts

– จะต้องมาตรงเวลา หากมาสายจะไม่ได้รับอนุญาตเข้าห้องสอบ
– แสดงบัตรประชาชนฉบับจริงหรือหนังสือเดินทางฉบับจริง (ตรงตามที่ท่านใช้ถ่ายเป็นเอกสารในการสมัครสอบ)
– บนโต๊ะในห้องสอบของผู้สอบจะต้องมีเฉพาะอุปกรณ์การสอบ เช่น ดินสอ 2B, ปากกา ยางลบ
– ห้ามกระทำการทุจริต หรือละเมิดกฎการสอบด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
– ห้ามใช้ Dictionary/โทรศัพท์ และนำไปวางไว้ในบริเวณที่จัดให้ รวมทั้งของใช้ส่วนตัวอื่นๆ ของผู้หนึ่งผู้ใดฝ่าฝืนจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการสอบ
– ขณะทำการสอบ ห้ามพูดหรือส่งเสียงรบกวนผู้เข้าสอบท่านอื่น
พาสปอร์ต เป็น ไอดี ตรงเวลา

เทคนิค การเพิ่มคะแนน ielts ภายใน 1 เดือน

เทคนิค สอบ ielts ให้ได้ คะแนน เกิน  7 ภายใน 1 เดือน ด้วยระบบ ข้อสอบจำลอง

เลือก สถานที่เรียน ที่มี ข้อสอบจำลอง เพราะ เราจะได้ ทดสอบ ตัวเรา  ให้ รู้ ว่า จุดอ่อน จุดด้อย ของเรา เมื่อเรียนไปได้ ประมาณ 1 เดือน ให้ลองทำ ข้อสอบจำลอง เพื่อ วิเคราะห์ความสามารถ ในแต่ละส่วน

คือ อะไร ไม่ต้องไป ลอง ข้อสอบจริง มันแพงเริ่มจาก เดือน ที่ 1 ระยะ เวลา 30 วันลงเรียน แบบ ทุกวิชา เรียน แบบ เทน้ำหนัก ให้ เท่าๆ กันฝึกพูด ฝึก คุย กับ อาจารย์ ให้ห้องเรียน ให้ ได้ มาก ที่สุด อยู่
ที่โรงเรียน สอนพิเศษ ให้ เยอะเมื่อ เรียน ครบ  1 เดือน ทำขอ้สอบ จำลอง ดูว่าได้ คะแนน เป็นอย่างไร ทักษะใด ได้มากน้อย เพียงใดเริ่มมองหา ทักษะ เฉพาะ ที่เรา ต้องเสริม ลงเรียน เฉพาะ ทักษะ ที่อ่อน ได้เลย

ขณะเดียวกัน เราก็ต้องเรียน แบบ ทุกษะ อยู่ นะ อย่าทิ้ง ไม่เช่นนั้นจะ กลายเป็น ได้หน้าลืมหลังครบเดือน ที่สอง สอบข้อสอบจำลอง อีกครั้ง เปรียบเทียบคะแนน ว่า ได้ดีหรือไม่ มาถูกทาง หรือ ยังจากนั้น เสริม ทุกทักษะ  อีก 15 วัน

ทำ ข้อสอบจำลอง อีกเทคนนิค การทำ ข้อสอบจำลอง ไม่เพียงแค่ ให้ เรา รู้ จุด อ่อน จุดด้อย ของ ตัวเอง ยัง เป็น การ สร้างความคุ้นเคย ในการ ข้อสอบ สามารถ จัดการ กับ ระยะเวลา ที่จำกัด ใน ห้องสอบ ได้ อย่างดี

การเตรียมตัวเพื่อ สอบ IELTS ให้ได้ผลดีเรียน IELTS เน้น สอนสด จำเป็นต้องมีการ ฝึกฝน เพื่อพัฒนา ทักษะ การสื่อสาร ภาษาอังกฤษ ทั้ง 4 ทักษะ คือการ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน หมั่นทบทวน และทำ ข้อสอบเสมือนจริง เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับรูปแบบ การสอบ และ การบริหารเวลา ในการทำ ข้อสอบ แต่ละส่วน นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของ เทคนิค การทำข้อสอบ ที่อาจารย์ผู้มากประสบการณ์ จะสามารถ ถ่ายทอด และให้ คำแนะนำ ที่เป็น ประโยชน์สูงสุด กับ ผู้เรียน ได้เราให้ความสำคัญกับการเรียนในห้อง ที่เป็น คอร์สสอนสด ครบ ถ้วนทั้ง 4 ทักษะ ในเวลา 60 ชั่วโมงเต็ม และ มีนักเรียน ไม่เกินคลาสละ 15 คน รวมทั้งการฝึกฝนและ ทบทวนบท เรียนด้วยตนเองของผู้เ

ระบบข้อสอบจำลอง ielts ครบทั้ง 4 part

รียน ผ่านการดู VDO เทปการสอน การใช้ ห้องสมุด  และการฝึกทำ ข้อสอบเสมือนจริง (Simulation Test) ได้ ตามแพคเกจ ที่เลือก เรียน งบประมาณ ในการเรียน สามารถเลือกได้ โดยราคา การเรียน 1 ทักษะ อยู่ที่ 4500 บาท รวมหนังสือ ที่ส่งตรงจาก อเมริกา แล้ว เลือก ทักษะ ที่ต้องการเรียนได้ตามต้องการ เรียน 12 ชม สอนสด ห้องละ ไม่เกิน 12 คน ใช้ห้องสมุดได้ เดือน ครึ่ง    การทำข้อสอบเสมือนจริง (Simulation Test) คือ องค์ประกอบสำคัญในการทำข้อ สอบ IELTS ครั้งเดียวผ่านเราควรมีการ วางแผน การทำ ข้อสอบจำลอง อย่างเป็น แบบแผน เพื่อประเมิน จุดอ่อน จุดด้วย ของเรา ได้อย่างถูกต้องโดยก่อนเรียน ทำแบบ ทดสอบ 1 ครั้ง เพื่อให้ รู้จักความสามารถทาง ภาษาอังกฤษของเราก่อนเรียน เราจะได้มุ่งได้ถูก ทิศทางเมื่อเรียนไป สักช่วงหนึ่ง เราควรนำ ผลการทำ ขอ้สอบ จำลอง มาเปรียบเทียบกัน เพื่อเสริมจุดอ่อน จน เรา สามารถ กำจัด จุดอ่อน นั้นได้มากที่สุด ก่อนที่ เราจะดำเนิน สอบจำลอง IELTS นักเรียนต้องมี ความซื่อสัตย์ ต่อ ตนเอง ในการทำ ข้อสอบจำลอง ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า การทำข้อสอบจำลองทุกครั้ง ต้องคิดว่านี่ คือ การสอบจริง ต้องมีการเตรียมความพร้อมทุกครั้ง ก่อนทำ ข้อสอบจำลอง เพื่อให้เราดึงความสามารถของเราออกมาได้อย่างเต็มที่ การทำข้อสอบจำลอง IELTS ที่นี่ จะมีการจับเวลา และ อยู่ใน บรรยากาศ เสมือนจริง มากที่สุด เพื่อ ให้ ผู้สอบ คุ้นชิน เมื่อ สอบจริง และ เข้าใจ ขั้นตอน ต่างๆ ได้ดีถ้า เราไม่พร้อม ขอให้ เลื่อน การทำ ข้อสอบจำลอง ไปก่อน เพราะ ให้เรานึกว่า ถ้าเรา สอบจึงเราต้องเสียเงินจริง การทำ ข้อสอบจำลอง เพื่อทดสอบ ความพร้อม ของเรา ก่อนสอบจริง คือ ส่วนสำคัญในการผ่าน ในครั้งเดียว นอกเหนือ จากการ เรียน ielts กับ ผู้สอนที่ คุณวุฒิสูง สื่อการเรียน หนังสือ ที่มีเนื้อหา เข้มข้นสำหรับใครที่ต้องการเน้นการ พัฒนา ทักษะ การพูด และ การเขียน โดยเฉพาะ ทาง KAPLAN ก็มีหลักสูตร Upgrading Skills อีกหนึ่งคอร์สที่อยากจะแนะนำ เป็น คอร์สสอนสด 24 ชั่วโมง ที่เน้นเฉพาะ Speaking & Writing Skills ซึ่งเป็น ทักษะ ที่ นักเรียนไทย มักมีปัญหา

โดยคอร์สนี้จะมี นักเรียน ในห้องเพียง ไม่เกิน 12 คนเท่านั้น

phonics คือ กุญแจ ของ Speaking test

อย่างที่รู้ กัน ว่า Speaking คือ ส่วนที่มักจะได้ คะแนนน้อย สำหรับ นักเรียนไทยส่วนใหญ่ ในการ สอบ ilets

และ มันก็อาจจะ ง่ายมาก สำหรับ นักเรียนที่ เติบโต มากับ ภาษาอังกฤษ

และ มันก็ไม่ง่าย นักเพราะ ไม่เพียงแค่ ออกเสียง ให้ ถูกต้อง คุณยังจะต้อง ใช้ ศัพท์ ให้ เหมาะสมด้วย

การออกเสียงใน รูปแบบ Phonics จะทำให้ เรา สามารถ ออกเสียงให้ ถูกต้อง คำว่าถูกต้อง ไม่ได้ หมายความว่า สำเนียงแบบ เจ้าของ ภาษานะคะ

คำว่า ออกเสียงถูกต้อง คือ เสียงสูง เสียงต่ำ เสียงเน้น ที่พยางค์ ที่ถูกต้อง คือ สิ่ง ที่จะ ทำให้ กรรมการ ฟังรู้เรื่อง รู้ว่าเราใช้ศัพท์ ที่เราต้องการ สื่อสาร คะ

    • โฟนิคส์ (Phonics) คืออะไร โฟนิคส์ คือวิธีการเรียนอ่านเขียนและออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้หลักการถอดรหัสเสียงและการผสมเสียงตัวอักษร a ถึง z ทั้ง 26 ตัว ผู้เรียนจะต้องเข้าใจเสียงของตัวอักษรต่างๆ และออกเสียงเหล่านั้นให้ได้อย่างถูกต้องจึงจะสามารถผสมเสียงออกมาเป็นคำได้ ยกตัวอย่างเช่น การสะกดคำว่า cat ในสมัยเราๆ จะท่องกันว่า ซี-เอ-ที แคท แมว ซึ่งยากที่จะเข้าใจว่าทำไม ซี-เอ-ที ถึงกลายเป็นแคทไปได้ เพราะการท่องแบบนี้ไม่ได้ใช้หลักการผสมเสียงแต่เป็นการท่องจำการสะกดคำเสียมากกว่า

จากตัวอย่างนี้ ถ้าเรียนตามหลักโฟนิคส์ จะสอนให้รู้จักตัว “c” จากเสียงของมันคือเสียง “ค” (ออกเสียงเคอะ เบาๆ ในลำคอ) ตัว “a” เป็นเสียง “แอะ” และตัว “t” เป็นเสียง “ท” (ออกเสียง เทอะ เบาๆ ใช้ปลายลิ้นกระทบฟันหน้าบน) และผสมเสียงกันเป็น “ค-แอะ-ท แคท” (ลองออกเสียง ค-แอะ-ท ซ้ำๆ เร็วๆ จะพบว่าสุดท้ายจะออกเสียงเป็น “แคท”) หลักการถอดรหัสเสียง และผสมเสียงแบบนี้แหละค่ะที่เรียกว่าโฟนิคส์นั่นเอง

อย่าง ภาษาอังกฤษ ที่มี “th” เราต้อง ออกเสียง และ ลิ้น ต้องมาชน ฟันหน้า Thor  อ่านว่า ธอร์

speaking แบบถูกวิธี ใช้ phonics

สอบ ielts ต้องเอาอะไร มาบ้าง

สิ่งที่ ผู้สอบ ต้อง ปฎิบัต อย่างเคร่งครัด คือ มาก่อน เวลา สอบ อย่างน้อย 30 นาที มาสายไม่ได้ เข้าห้องสอบ

เมื่อมาถึง ให้  ตรวจสอบ เลขที่นั่งสอบ ต่อแถว เพื่อลงทะเบียน  และ ให้ฝากประเป๋า อุปกรณ์ ทุกอย่าง ไว้ ให้ หยิบเพียง บัตรประชาชน หรือ Passport เพื่อแสดงตัวตน เท่านั้น อย่างอื่นไม่อนุญาต ให้เข้าไป

แม้นกระทั่ง ยาดม หรือ ผ้าเช็คหน้า กระดาษทิชชู่  ถ้าต้องการ ต้องแจ้งเจ้าหน้า เท่านั้น

ยางลบ ปากกา ดินสอ ไม้บรรทัด เจ้าหน้าที่จะ มี เตรียมไว้ให้แล้ว

ใน อีเมลล์ ที่แจ้ง ยืนยัน สอบ ielts  จะ มี แจ้ง ตารางสอบ ด้วยว่า  การสอบ speaking จะสอบ เวลาไหน เพราะ สอบแยกกัน กับ Part Reading writing  และ Listenting

เมื่อ เตรียมตัวดี เรา ทำได้ แน่นอน

ก่อนสอบ 10 วัน ควรทำอะไร เพื่อคะแนนสูงสุด

Part Listeningไม่ว่าคุณ จะ สอบ ielts หรือ สอบ sat เมื่อคุณเตรียมตัว พร้อมแล้ว คิดว่าพร้อมแล้ว

เรามี โปรแกรม แนะนำ ก่อน สอบ 10 วัน ที่จะทำ ให้ คะแนน คุณเพิ่ม ขึ้นอย่างแน่นอน

คือ การ ทำ ข้อสอบ จำลอง Simulation Test ที่สามารถ จัด รูปแบบ การสอบ ใน บรรยากาศจริง เช่น จำกัดเวลา ในการ ทำข้อสอบ แต่ละ Part

เรียงลำดับ การทำ ข้อสอบ  ในรูปแบบ จริง รวมถึง การ สอบ speaking กับ กรรมการ และ ให้ คะแนน แบบ มาตรฐาน ข้อสอบ จริง

การทำ ข้อสอบจำลอง ทำให้ เป็น ประสบการณ์ ให้ เราได้ เรียนรู้ ขั้นตอน และ เรียนรู้ในการทำข้อสอบ ในเวลาที่จำกัด

เป็น การสร้างให้ สมอง และ ร่างกาย เรา มีประสบการณ์ ในการสอบ เวลาสอบจริง จะไม่ ประหม่า หรือ แตกตื่น

และ สามารถ ทำข้อสอบ ใน เวลาที่จำกัด ได้ โดย ไม่มีคำว่า เวลาไม่พอ

ข้อดี ของการ ทำข้อสอบ จำลอง คือ

  1. ทำให้ ร่างกาย สมอง ได้รับ การฝึกฝน การทำข้อสอบ ในระยะเวลาที่จำกัด ที่ Kapstar มีข้อสอบจำลอง ให้ ทำ มากถึง 6 ครั้ง เมื่อ เรียน ielts และ เรียน sat
  2. ลดความประหม่า หรือ ตื่นเต้น เมื่อมีการสอบจริง
  3. หลังจาก ทำข้อสอบจำลอง รู้คะแนนเลย สร้างความมั่นใจ หรือ เสริม ความมั่นใจ ใน จุดอ่อน ของเราได้
  4. ข้อสอบจำลอง คือ ข้อสอบเก่า ที่เปิดเผย อย่างเป็นทางการ ดังนั้น ความยากง่าย ใกล้เคียงกับ ของจริงมาก
  5. อ่านเสริม ได้อย่าง ตรงจุด เพิ่มคะแนน ได้ อย่างแน่นอน

เจาะลึก Ielts Part : Listening

part Listenting คือ ทักษะหนึ่ง ที่เป็น ปัญหา กับ คนไทย มาก เมือ เข้า สอบ ielts

สาเหตุ ก็ มากมาย หลากหลาย สาเหตุ ไม่สำคัญ สำคัญที่ การแนวทาง การแก้ไข ที่สำคัญ จริง

โดย มี รายละเอียดเจาะลึก Part Listening เพื่อ เป็น แนวทาง เรียน ielts ได้อย่างดี ใน part ของ Listening 

รูปแบบ การฟัง การระยะเวลาในการ สอบ 30 นาที
ข้อสอบแบ่งเป็น 4 ส่วน ในส่วนของการฟังนี้ คือ
ส่วนที่ 1 บทสทนา 2 คน เกี่ยวกับเรื่องทั่วไป ในชีวิตประจำวัน
ส่วนที่ 2 บทสนทนา 2 คน หรือ มากว่า 2 คนขึ้นไป ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับการศึกษาหรือ ไม่ก็เกี่ยวกับ การฝึกอบรม
และ ส่วนที่ 4 บทพูดโดยมีคนพูดคนเดียว ซึ่งส่วนมากจะ เกี่ยวกับ การศึกษา หรือ การฝึกอบรม
คุณจะต้อง ตอบคำถาม 40 ข้อ ก่อนที่คุณจะได้ฟังเสียง ที่บันทึกไว้ ก็จะมีเวลา อ่านคำถามก่อน
ในขณะที่ฟัง ควรจะเขียนคำตอบ ที่คิดว่าใช่ ของแต่ละคำถามลงกระดาษคำถาม ได้เลย
คุณจะไม่มีเวลาหยุด คิดเกี่ยวกับคำตอบคุณ เสียงที่บันทึก จะพูดเรื่อยๆ ไม่หยุด
เมื่อจบแต่ละส่วน คุณจPart Listeningะมีเวลา 30 วินาที เพื่อตรวจสอบคำตอบของคุณ และเมื่อจบการฟังเสียงแล้ว คุณมีเวลา 10 นาที
เพื่อถ่ายโอน คำตอบของคุณ จากกระดาษ คำถาม มาไว้ในกระดาษคำตอบ เฉพาะคำตอบของคุณในกระดาษ คำตอบเท่านั้น
ที่จะได้รับการนับ ดังนั้นคุณต้องแน่ใจว่าได้ใส่คำตอบ ลง ในกระดาษคำตอบ หมดแล้ว
รูปแบบ คำถาม ที่พบบ่อย ของ Part Listening : ielts
1. Multiple choice มีคำตอบให้เลือก
2. Short answer คำตอบสั้น
3. Sentence Completion เติมคำในช่องว่างให้สมบูรณ์
Chart completion เติมตารางให้สมบูรณ์
Flowchart completion เติมผังแสดงระบบการทำงานให้สมบูรณ์
Graph กราฟ
table ตาราง
making notes
Summarizing
Labeling diagrams plans and maps
classification
Matching
Selecting from a list

 

เริ่ม เรียน sat เมื่อไหร่ดี

คำถาม ที่หลายคนต้องการ จะรู้ ว่า เราควรจะเริ่ม เตรียมตัว สอบ sat เมื่อไหร่ดี

สำหรับ นักเรียนมัธยม ที่วางแผน อนาคตไว้แล้ว ว่าต้องการ เรียนต่อ ในระดับ อุดมศึกษา หรือ ปริญญาตรี หลักสูตร อินเตอร์

แนะนำ ว่าควรจะเริ่ม เรียน sat ได้ตั้งแต่ ม 4 ตอนปลาย หรือ ม 5 ได้เลย

เรียน เร็ว ก็ไม่เครียด เรียนแล้ว ก็ได้ใช้สอบ ภาษาอังกฤษ ของหลักสูตร สามัญ ได้ด้วย

เรียน ไป สักระยะ สามารถ ควรประเมินผล ด้วยการ ซ้อม สอบ จาก คลังข้อสอบ จริง เป็นการทดสอบ ไปในตัว

Part ใดที่เรา อ่อนด้อย เราก็ เสริม Part นั้น เช่น เจาะลึก Listening หรือ เจาะลึก Part Speaking  คะแนน เราก็จะเพิ่มไ ด้ มากมาย

ต้องเข้าใจ ว่า การ สอบ sat ไม่ได้ วัดผล ภาษาอังกฤษ เพียงอย่างเดียว แต่มีส่วนของ วิชาการ ด้วย

เมื่อเรา มั่นใจ สามารถ ชำระเงิน เพื่อ สอบจริง ได้เลย เพราะ คะแนน ที่ได้ จะ สามารถ เก็บได้ ถึง 2 ปี

ถ้าเรา ได้คะแนน sat เร็ว เราก็สามารถ รู้ได้ ว่า จะนำไปสมัคร มหาวิทยาลัย หลักสูตา อินเตอร์ ในประเทศ ได้ เร็ว

มีทางเลือก อื่นได้ อีก เมื่อถึงเวลา ที่ต้อง สอบเข้า จริงจริง ทำให้ เราให้ ทางมี ทางเลือก

เริ่ม เรียน sat ได้ ตั้งแต่ มัธยม ดีกว่า

โปรโมชั่น ลงทะเบียนล่วงหน้า เร็ว

 

การสอบวัดผล ภาษาอังกฤษ

สำหรับ ประเทศไทย ที่มีการ ใช้ภาษาไทย เป็นภาษาแม่ ทำให้ความสำคัญ ของ ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่สอง

การเรียนต่อในระดับ ปริญญาตรี หรือ ปริญญาโท หรือ ระดับ ที่สูงขึ้นไป ในหลักสูตร อินเตอร์ ระบบอังกฤษ อเมริกา

จำเป็นต้อง นำคะแนน การสอบ วัดผลความสามารถ ทางภาษาอังกฤษ ร้วมพิจารณาในการรับเข้าเรียน เป็นสำคัญ

การสอบวัดผล ภาษาอังกฤษ ก็มี หลากหลาย เช่น  สอบ sat  สอบ ielts TOEIC TOEFL GMAT GRE GED CU-TEP และ อีกหลากหลาย

การเลือกว่าจะสอบ ตัวไหน ก็ ขึ้นอยู่กับ ข้อกำหนด ของ แต่ละ สถาบันการศึกษานั้น

เช่น สถาบัน MIT รับนักเรียน เข้า ระดับปริญาตรี ต้องมีผล คะแนน SAT อย่างน้อย 2200 คะแนน  อย่างไร ก็ตาม ยังมีข้อกำหนด อย่างอื่น ประกอบด้วย

ส่วน การศึกษาต่อ ในระดับ ปริญาโท ก็จะใช้ ผล การ สอบ ของ ielts หรือ TOEFL  ระยะหลายปี ที่ผ่านมา การสอบ ielts ได้รับความนิยม มาก เนื่องจาก เปิดรอบ การสอบ มาก ทราบคะแนน เร็ว และ มี โรงเรียน เปิด ติว มากมาย ระดับ การเข้าใจ มีมากกว่า