สอบ SAT ใกล้รถไฟฟ้า

การเลือก สถานที่สอบ ที่เรา เดินทางได้ สะดวก จะทำให้ คลายความกังวล เรื่องเวลาการเดินทางได้

ในประเทศไทย มีสถานที่จัดการ สอบ sat อยู่ทั้งหมด 15 แห่ง แบ่งเป็น

กรุงเทพ 7 สนามสอบ   เชียงใหม่  2 สนามสอบ   เชียงราย 1 ชลบุรี 1 ภูเก็ต 2  สมุทรปราการ 2

Bangkok:
71-123 —Anglo Singapore Intl Sch  BTS สถานีพร้อมพงษ์  เดิน 2 กิโลเมตร 
71-105 —Harrow Intl Sch แผนที่ 
71-110 —Intl Comm Sch  แผนที 
71-109 —Keerapat Intl Sch
71-112 —Kis Intl Sch
71-101 —Ruamrudee Intl Sch
71-116 —Shrewsbury Intl Sch   BTS สถานี ตากสิน เดิน 1.2 กิโลเมตร 16 นาที
Chiang Mai:
71-141 —Nakornpayap Intl Sch
71-131 —Prem Tinsulanonda
Intl Sch
71-140 Chiangrai, Chiang Rai
Intl Sch
71-113 Chonburi, Burapha Golf Club
71-158 Phuket, British Intl SchPhuket
71-168 samut Prakarn, Tc Intl Sch
71-117 samutprakarn, Concordian Intl Sch
71-151 thalang, Uw

โดยแต่ละสนามสอบ จะใช้มาตรฐานการในการจัดสถานที่สอบ แบบเดียวกัน การเดินทางเพื่อเตรียมความพร้อม คือ เรื่องสำคัญ โดยควรจะไปถึงสถานที่สอบ ก่อนเวลา ประมาณ 30-50 นาที จะได้ มีการ เตรียมพร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน กรุงเทพ ซึ่งมีการจรจรที่ติดขัด และ คาดการณืได้ยาก การใช้ รถไฟฟ้า จึงเป็นทางเลือก ที่ดี ในบางสถานที่สอบ อาจจะ ไม่ใช้เส้นทางของ รถไฟฟ้า แต่เรา สามารถนั่ง รถไฟฟ้า มาให้ถึง จุดที่ใกล้ที่สุด แล้วจึงค่อย เดินทางต่อ การขับรถยนต์มาเอง อาจจะไม่ใช้ทางเลือก ที่ดีนัก เนื่องจาก จะทำให้ เกิดตัวแปร ในการทำให้ ล่าช้าได้ มาก อาจจะต้องหาที่จอดรถ อาจจะเกิด อุบัติเหตุ อาจจะเกิดเหตุสุดวิสัย ได้เส้นทาง รถไฟฟ้า BTS

 

 

สอบ ielts part speaking

ปัญหาด้านการออกเสียง ใน part speaking : สอบ ielts

แน่นอนว่าเราไม่สามารถทำนายได้ว่าคุณมีปัญหาเฉพาะอะไรในการออกเสียงภาษาอังกฤษ   แต่เรารู้จากประสบการณ์ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีปัญหาอะไรที่พบมากที่สุดเราจัดลำดับไว้ที่นี้พร้อมทั้งวิธีที่จะแก้ปัญหาเหล่านั้น ในแผ่นซีดีซึ่งแนบมาพร้อมกับหนังสือเล่มนี้   คุณจะพบแถบบันทึกเสียง  (Track) ที่ให้ไว้สำหรับปัญหาแต่ละอย่างในแถบบันทึกเสียงเหล่านี้ผู้พูดภาษาอังกฤษที่เป็นเจ้าของภาษาจะออกเสียงคำที่ออกเสียงยาก   โดยที่ผู้พูดจะหยุดหลังจากที่ออกเสียงในแต่ละคำเพื่อที่คุณจะได้พูดซ้ำได้    ถ้าหากคุณไม่พบว่าการออกเสียงมีปัญหาก็ข้ามแทร็กนั้นไปได้

ก่อนที่เราจะเริ่ม    เรามาพิจารณาโครงสร้างของปากกันก่อน      ซึ่งเป็นส่วนของร่างกายที่ส่วนมากใช้ในการพูด   เราเริ่มด้วยริมฝีปากด้านบน  ตรงด้านหลังริมฝีปากด้านบนพอดีก็เป็นฟันบนซึ่งติเอยู่กันสันกระดูกเรียกว่า เพดานแข็ง(Hard  palate)โค้งขึ้นไปหลังเพดานแข็งเป็นเพดานปากคือ เพดานอ่อน(Soft palate)เพดานอ่อนก็จะโค้งลงไปชนกับด้านหลังของลำคอ  ในลำคอก็จะมีอวัยวะที่เรียกว่ากล่องเสียง(larynx)หรือเส้นเสียง(Vocal  Cords)ลมก็จะผ่านเข้าไปในกล่องเสียงเกิดเป็นเสียงได้เมื่อเส้นเสียงตึงและมีการสั่นขึ้น    ถ้าหากคุณวางหลังมือของคุณไว้ที่ด้านหน้าของลำคอและพูดออกมา2-3 คำคุณก็จะสามารถรู้สึกว่าเส้นเสียงมีการสั่น  เมื่อคุณออกเสียงสระ (vowel)  และพยัญชนะ (consonant)บางคำ    สระทั้งหมดออกเสียงด้วยการที่เส้นเสียงมีการสั่น    พยัญชนะที่ออกเสียงด้วยเส้นเสียงสั่นเรียกว่า โฆษะ  (ก้อง)   ”voiced”  ส่วนที่ออกเสียง   เส้นเสียงไม่สั่นเรียกว่า  อโฆษะ(เสียงไม่ก้อง)    ”voiceless”  ลิ้นที่แกว่งไปด้านหน้าของลำคอแล้วโค้งไปรอบๆเพื่อวางราบไปกับพื้นของปาก     ในกรณีที่ไม่มีการพูด   โดยมากแล้วด้านหน้าของลิ้นจะวางชนอยู่กับด้านหลังของฟันล่างหรือไม่ก็(ถ้าหากว่าลิ้นยาวกว่า)จะไปชนกับด้านหลังของลิ้มฝีปากล่าง    เมื่อเราอธิบายว่าเสียงบางสียงมีการออกสียงอย่างไร  เราก็จะอ้างถึงส่วนเหล่านี้ของปากด้วย

สิ่งที่จะอธิบายมากอีกเรื่องหนึ่งก่อนที่เราจะเข้าเรื่องคือ  เราใช้การแสดงออกซึ่ง”คู่เทียบเสียง (Minimal  pairs)” คู่เทียบเสียงก็คือคู่ของคำซึ่งออกเสียงอย่างเดียวกันยกเว้นหน่วยเสียงเดียวเท่านั้นที่แตกต่างกัน    เมื่อคุณสามารถได้ยินความแตกต่างระหว่าง2คำ ในคู่เทียบเสียงนั้น   คุณก็มั่นใจได้ว่าคุณสามารถแยกแยะระหว่างเสียงพูดเมื่อคุณได้ยิน  เมื่อคุณสามารถแยกเสียงทั้ง2 คำได้อย่างถูกต้อง   คุณทราบว่าเสียงพูดของคุณสามารถแยกแยะระหว่างเสียงเมี่อคุณเปล่งมันออกมา   และคู่เทียบเสียงก็จะเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้การออกเสียงของภาษา

ตัวอักษรที่เน้นดำอ้างถึงเสียงที่พบบ่อยมากที่สุด   ตัวอักษรเอียงอ้างถึงการสะกดคำและคำในเครื่องหมายคำพุด    หมายถึงคำที่ใช้เป็นตัวอย่าง  ตัวอย่างเช่น อักษร c อาจจะออกเสียงคล้ายs เช่น cell chเช่น  celloหรือ   k เช่น  come