เปิด บ้าน สอบ ielts เพื่อรู้จัก ข้อสอบ ให้มากขึ้น

เริ่มต้นจากการทำความรู้จักกับข้อสอบ IELTS กันก่อนเลย

 คำว่า IELTS ย่อมาจาก International English Language Testing System เป็นข้อสอบมาตรฐานที่ใช้วัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของผู้ที่มีความต้องการจะเรียนต่อหรือทำงานในสถาบันหรือองค์กรที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร พูดง่ายๆ ก็คือ ใครที่อยากเรียนต่อโปรแกรรมอินเตอร์ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศก็ต้อง สอบ IELTS กันทั้งนั้น รวมไปถึงคนที่จะไปทำงานหรือจะย้ายไปอยู่ในต่างประเทศหลายๆ ประเทศก็ต้องสอบด้วยเหมือนกัน เพราะต้องใช้ประกอบการยื่นวีซ่า

แต่บอกไว้ก่อนว่า IELTS มีข้อสอบ 2 ประเภทนะ ใครต้องสอบแบบไหนอะไรยังไง มาดูกัน

ข้อสอบ IELTS แบบแรกเรียกว่า IELTS Academic เป็นข้อสอบสำหรับคนที่จะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยหรือการขึ้นทะเบียนวิชาชีพต่างๆ

ส่วนข้อสอบแบบที่ 2 เรียกว่า IELTS General Training อันนี้มีไว้สำหรับคนที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย หรือแคนาดา รวมถึงผู้ที่จะไปเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา ไปเข้าร่วมโปรแกรมฝึกอบรม หรือไปทำงาน ในที่ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

ข้อสอบทั้ง 2 เวอร์ชั่น ทดสอบทักษะการสื่อสารทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการอ่าน ทักษะเขียน และทักษะการพูด ตามลำดับ ในส่วนของการทดสอบทักษะการฟังและทักษะการพูด จะใช้ข้อสอบชุดเดียวกันสำหรับการสอบทั้ง 2 เวอร์ชั่น แต่การวัดผลทักษะการอ่านและทักษะการเขียน ผู้สอบสามารถเลือกได้ว่าจะสอบแบบ Academic หรือ General Training ซึ่งโดยปกติ สำหรับคนที่จะไปเรียนต่อก็จะสอบแบบ Academic นั่นเอง

ตอนนี้เรามาทำความรู้จักกับข้อสอบ  ในแต่ละ section กันดีกว่า

SectionContentTimeScoring
Listening4 recordings, 40 คำถาม

 

·         Recording 1 – บทสนทนาทั่วไประหว่าง 2 คน

·         Recording 2 – บทพูดคนเดียวเกี่ยวกับเรื่องราวทั่วๆไป

·         Recording 3 – บทสนทนาระหว่างบุคคลไม่เกิน 4 คน เกี่ยวกันเรื่องราวทางการศึกษาและวิชาการ

·         Recording 4 – บทพูดคนเดียวเกี่ยวกับข้อมูลวิชาการ เช่นการสอนในห้องเรียน

30 นาที1-9
Reading3 reading passages, 40 คำถาม

 

Reading passage 3 ชิ้น ซึ่งอาจจะเป็นหัวข้อของการบรรยายและข้อเท็จจริง ไปจนถึงการวิเคราะห์และข้อขัดแย้ง

60 นาที1-9
Writing2 tasks

 

·         Task 1 – ผู้สอบต้องเขียนอธิบายและสรุปข้อมูลจากกราฟ ตาราง ชาร์จ หรือแผนภาพ โดยใช้สำนวนภาษาของตนเอง

·         Task 2 – ผู้สอบต้องเขียนเรียงความเพื่อแสดงความคิดเห็น โต้แย้ง หรือสนับสนุน

 

60 นาที1-9
Speaking3 parts, สัมภาษณ์แบบ face-to-face

 

·         Part 1 – ผู้คุมสอบถามคำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวผู้สอบในหัวข้อที่คุ้นเคย เช่น เรื่องครอบครัว การงาน การเรียน และความสนใจส่วนตัว ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที

·         Part 2 – ผู้สอบจะได้รับบัตรคำถาม จะมีเวลาเตรียมตัวก่อนตอบคำถาม 1 นาที จากนั้นจะต้องตอบคำถามโดยใช้เวลาประมาณ 2 นาที แล้วผู้คุมสอบก็จะถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อในบัตรคำถามเพิ่มอีก 1-2 ข้อ

·         Part 3 – ผู้คุมสอบจะถามคำถามต่อเนื่องจากหัวข้อใน Part 2

11-14 นาที1-9

แล้ว IELTS เค้าให้คะแนนกันยังไงนะ

 ผู้ สอบ IELTS จะได้คะแนนตั้งแต่ 1-9 ในแต่ละ section ของข้อสอบ (ฟัง-อ่าน-เขียน-พูด) โดยคะแนนจะขยับทีละ 0.5 เพราะฉะนั้น คุณอาจจจะได้คะแนน 5.0, 6.5 หรือ 8.0 เป็นต้น จากนั้น คะแนนที่ได้ในแต่ละ section จะถูกนำมารวมกันแล้วหารเฉลี่ย เพื่อคำนวณคะแนนเฉลี่ยโดยรวม ซึ่งก็จะมีคะแนนตั้งแต่ 0-9 เช่นเดียวกัน

เทคนิค สอบ ielts ให้ได้ คะแนน เกิน  7 ภายใน 3 เดือน ด้วยระบบ ข้อสอบจำลอง

เทคนิค เพิ่มคะแนน สอบ ieltsไม่ว่าคุณ จะ มี คะแนน เท่าไหร่ มา มาตั้งต้น กันใหม่ เลือก สถานที่เรียน ที่มี ข้อสอบจำลอง เพราะ เราจะได้ ทดสอบ ตัวเรา  ให้ รู้ ว่า จุดอ่อน จุดด้อย ของเรา คือ อะไร ไม่ต้องไป ลอง ข้อสอบจริง มันแพง

เริ่มจาก เดือน ที่ 1 ระยะ เวลา 30 วัน

ลงเรียน แบบ ทุกวิชา เรียน แบบ เทน้ำหนัก ให้ เท่าๆ กัน

ฝึกพูด ฝึก คุย กับ อาจารย์ ให้ห้องเรียน ให้ ได้ มาก ที่สุด อยู่ ที่โรงเรรียน สอนพิเศษ ให้ เยอะ

เมื่อ เรียน ครบ  1 เดือน ทำขอ้สอบ จำลอง ดูว่าได้ คะแนน เป็นอย่างไร ทักษะใด ได้มากน้อย เพียงใด

เริ่มมองหา ทักษะ เฉพาะ ที่เรา ต้องเสริม ลงเรียน เฉพาะ ทักษะ ที่อ่อน ได้เลย ขณะเดียวกัน เราก็ต้องเรียน แบบ ทุกษะ อยู่ นะ อย่าทิ้ง ไม่เช่นนั้นจะ กลายเป็น ได้หน้าลืมหลัง

ครบเดือน ที่สอง สอบข้อสอบจำลอง อีกครั้ง เปรียบเทียบคะแนน ว่า ได้ดีหรือไม่ มาถุกทาง หรือ ยัง

จากนั้น เสริม ต่อทั้งษะ  อีก 15 วัน ทำ ข้อสอบจำลอง อีก

เทคนนิค การทำ ข้อสอบจำลอง ไม่เพียงแค่ ให้ เรา รู้ จุด อ่อน จุดด้อย ของ ตัวเอง ยัง เป็น การ สร้างความคุ้นเคย ในการ ข้อสอบ สามารถ จัดการ กับ ระยะเวลา ที่จำกัด ใน ห้องสอบ ได้ อย่างดี

 

 

การเตรียมตัวเพื่อ สอบ IELTS ให้ได้ผลดี

เรียน IELTS เน้น สอนสด จำเป็นต้องมีการ ฝึกฝน เพื่อพัฒนา ทักษะ การสื่อสาร ภาษาอังกฤษ ทั้ง 4 ทักษะ คือการ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน หมั่นทบทวน และทำ ข้อสอบเสมือนจริง เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับรูปแบบ การสอบ และ การบริหารเวลา ในการทำ ข้อสอบ แต่ละส่วน นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของ เทคนิค การทำข้อสอบ ที่อาจารย์ผู้มากประสบการณ์ จะสามารถ ถ่ายทอด และให้ คำแนะนำ ที่เป็น ประโยชน์สูงสุด กับ ผู้เรียน ได้

เราให้ความสำคัญกับการเรียนในห้อง ที่เป็น คอร์สสอนสด ครบ ถ้วนทั้ง 4 ทักษะ ในเวลา 60 ชั่วโมงเต็ม และ มีนักเรียน ไม่เกินคลาสละ 15 คน รวมทั้งการฝึกฝนและ ทบทวนบท เรียนด้วยตนเองของผู้เรียน ผ่านการดู VDO เทปการสอน การใช้ ห้องสมุด  และการฝึกทำ ข้อสอบเสมือนจริง (Simulation Test) ได้ ตามแพคเกจ ที่เลือก เรียน 

งบประมาณ ในการเรียน สามารถเลือกได้ โดยราคา การเรียน 1 ทักษะ อยู่ที่ 4500 บาท รวมหนังสือ ที่ส่งตรงจาก อเมริกา แล้ว เลือก ทักษะ ที่ต้องการเรียนได้ตามต้องการ เรียน 12 ชม สอนสด ห้องละ ไม่เกิน 12 คน ใช้ห้องสมุดได้ เดือน ครึ่ง

ข้อสอบจำลอง IELTS    การทำข้อสอบเสมือนจริง (Simulation Test) คือ องค์ประกอบสำคัญในการทำข้อ สอบ IELTS ครั้งเดียวผ่าน

เราควรมีการ วางแผน การทำ ข้อสอบจำลอง อย่างเป็น แบบแผน เพื่อประเมิน จุดอ่อน จุดด้วย ของเรา ได้อย่างถูกต้อง

โดยก่อนเรียน ทำแบบ ทดสอบ 1 ครั้ง เพื่อให้ รู้จักความสามารถทาง ภาษาอังกฤษของเราก่อนเรียน เราจะได้มุ่งได้ถูก ทิศทาง

เมื่อเรียนไป สักช่วงหนึ่ง เราควรนำ ผลการทำ ขอ้สอบ จำลอง มาเปรียบเทียบกัน เพื่อเสริมจุดอ่อน จน เรา สามารถ กำจัด จุดอ่อน นั้นได้มากที่สุด ก่อนที่ เราจะดำเนิน สอบจำลอง IELTS นักเรียนต้องมี ความซื่อสัตย์ ต่อ ตนเอง ในการทำ ข้อสอบจำลอง ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า การทำข้อสอบจำลองทุกครั้ง ต้องคิดว่านี่ คือ การสอบจริง ต้องมีการเตรียมความพร้อมทุกครั้ง ก่อนทำ ข้อสอบจำลอง เพื่อให้เราดึงความสามารถของเราออกมาได้อย่างเต็มที่ การทำข้อสอบจำลอง IELTS ที่นี่ จะมีการจับเวลา และ อยู่ใน บรรยากาศ เสมือนจริง มากที่สุด เพื่อ ให้ ผู้สอบ คุ้นชิน เมื่อ สอบจริง และ เข้าใจ ขั้นตอน ต่างๆ ได้ดี

ถ้า เราไม่พร้อม ขอให้ เลื่อน การทำ ข้อสอบจำลอง ไปก่อน เพราะ ให้เรานึกว่า ถ้าเรา สอบจึงเราต้องเสียเงินจริง การทำ ข้อสอบจำลอง เพื่อทดสอบ ความพร้อม ของเรา ก่อนสอบจริง คือ ส่วนสำคัญในการผ่าน ในครั้งเดียว นอกเหนือ จากการ เรียน ielts กับ ผู้สอนที่ คุณวุฒิสูง สื่อการเรียน หนังสือ ที่มีเนื้อหา เข้มข้น

สำหรับใครที่ต้องการเน้นการ พัฒนา ทักษะ การพูด และ การเขียน โดยเฉพาะ ทาง KAPLAN ก็มีหลักสูตร Upgrading Skills อีกหนึ่งคอร์สที่อยากจะแนะนำ เป็น คอร์สสอนสด 24 ชั่วโมง ที่เน้นเฉพาะ Speaking & Writing Skills ซึ่งเป็น ทักษะ ที่ นักเรียนไทย มักมีปัญหา โดยคอร์สนี้จะมี นักเรียน ในห้องเพียง ไม่เกิน 12 คนเท่านั้น

เรียน IELTS กลุ่มเล็ก สอบ IELST ได้ผลกว่าการเตรียมตัว เรียน IELTS เพื่อ สอบ IELTS ให้ได้คะแนน สูงสุด ( มากกว่า 7.0 ขึ้นไป ) นักเรียน ควรจะ ฝึก ทั้ง 4 ทักษะ อย่างสม่ำเสมอ ไม่ ทุ่มเท ให้ ทักษะ ใด ทักษะหนึ่ง มากเกินไป เพราะ อย่าลืม ว่า ทุกคะแนน มีค่าเท่ากัน หมด และวลา สำหรับ IELTS ต้องตอบทุกข้อ ถึงแม้จะเป็นการเดา เพราะ ตอบผิด ไม่มีการ หัก คะแนน  ถ้าไม่ตอบ ไม่ได้ คะแนน แน่แน่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทักษะ speaking กรณี เราไม่รู้ว่าคำตอบ คือ อะไร เราก็ควรจะ พูด ออกไป ในสิ่ง ที่ใกล้เคียงกัน  หรือ ประโยค ที่คิดว่า เป็นคำตอบ ที่สุด ซึ่งจะเป็นแสดง ความสามารถในการ พูด ขอให้เราพูด ออกมา part speaking ของ สอบ IELTS โดยส่วนมาก คำถาม จะ เป็น คำถามปลายเปิด ที่ไม่ เน้น คำตอบ เฉพาะเจาะจง แต่จะเป็น คำตอบที่ ให้ แสดงความคิดเห็นได้ แบบกว้าง กว้าง และ เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ตอบ อะไรเลย ไม่ได้ คะแนน แน่แน่ การพูด ก็ไม่ต้องเน้น สำเนียงมากนัก แต่ การพูดภาษาอังกฤษ ให้ฝรั่งฟังรู้เรื่อง  คือ ออกเสียง ตำ่สูง เน้นคำ ได้ถูกจังหวะ  เช่น  คำที่ลงท้ายด้วย -tion
ออกเสียงถูก เฉิ่น
ออกเสียงผิด ชั่น
ตัวอย่าง เช่น คำว่า nation มองปุ๊บสัญชาตญาณบอกให้เราอ่านว่า “เนชั่น” ทันที แต่ถ้าจะออกเสียง ที่ถูก คือ ก็ให้อ่านว่า “เน’เฉิ่น”
และเน้นเสียง หนัก ที่ คำว่า “เน่” เพราะ คำที่อยู่ คำว่า tion ต้องออกแสียง เน้น เป็น ออกเสียงว่า “เน่”-เฉิ่น”

อย่าไร ก็ตาม การเตรียมตัว ที่ดี นอกจากเรียน และ ฝึกฝน อย่างสม่ำเสมอ ต้องไม่ลืม ว่าต้องเข้าใจ ในโครงสร้าง ข้อสอบ และ กฏเกณฑ์การให้คะแนน ด้วย ตอบผิดไม่มีการหักคะแนน ต้องตอบทุกข้อ เมื่อ ทำข้อสอบ