สอบ SAT เพื่อเรียนต่อ มหาวิทยาลัย อเมริกาและ หลักสูตร อินเตอร์เนชั่นเนล ในประเทศไทย

มหาวิทยาลัย อินเตอร์ ไทย และ วิทยาลัย ส่วนใหญ่ ใน สหรัฐอเมริกา จะอ้างอิงผลคะแนน SAT ในการ พิจารณา รับ นักศึกษา เข้าเรียน ในระดับ ปริญญาตรี เพราะฉะนั้นแล้ว ใคร ที่ เตรียมตัว ไป เรียนต่อ ปริญญาตรี ที่ สหรัฐอเมริกา ก็ต้อง เตรียมตัว สอบ SAT แน่นอนอยู่แล้ว และในปัจจุบัน หลักสูตร International Program ระดับปริญญาตรี ใน มหาวิทยาลัย ชั้นนำใน ประเทศไทย หลายแห่ง ก็หันมาใช้คะแนน SAT เป็นเกณฑ์ในกา รพิจารณา รับ นักศึกษา เช่นกัน

ตัวอย่าง มหาวิทยาลัย ที่มีการเรียนการสอน ภาคภาษาอังกฤษ ในประเทศไทย ที่ใช้คะแน สอบ SAT ในการพิจารณารับเข้า คือ

1.               หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (Inter) จุฬา ธรรมศาสตร์ 2.               หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต (Inter) จุฬา ธรรมศาสตร์ 3.               หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (Inter) ธรรมศาสตร์ วิศวกรรมยานยนต์  จุฬา วิศวกรรมนาโน  จุฬา 4.            หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (Inter) ธรรมศาสตร์ เทคโนโลยีการจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม วิทยาการคอมพิวเตอร์ 5.               หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (Inter) เกษตร 6.               หลักสูตรวิทยาศาสตรและการบริหารธุรกิจบัณฑิต (Inter) เกษตร 7.               หลักสูตรนานาชาติกว่า 10 สาขาวิชา มหิดล 8.               หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรและศิลปบัณฑิต (Inter) มจธ. 9.               หลักสูตรInterทุกสาขาวิชาABAC และอื่น ๆ อีกหลายหลักสูตร

ด้วยเหตุนี้ จำนวนผู้เข้า สอบ SAT ในประเทศไทยจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สรุปง่ายๆ ว่า ถ้าอยากเรียนใน International Program ชั้นนำ ไม่ว่าจะในประเทศไทย หรือในสหรัฐอเมริกา ก็ควรจะมีคะแนน SAT ไว้ อุ่นใจกว่า

SAT เป็นข้อสอบมาตรฐานเพื่อวัดความรู้ที่ผู้เรียนเคยเรียนมาแล้วในระดับมัธยมปลาย รวมถึงทักษะต่างๆ ที่ต้องมีเพื่อการประสบความสำเร็จในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย SAT ไม่ใช่แค่การวัดผล ความสามารถทางภาษาอังกฤษ แต่ยังครอบคลุมถึง ความสามารถ ความรู้ทาง คณิตศาสตร์ ความสามารถทางการเขียน ความสามารถทางภาษาศาสตร์ ในรูปแบบของภาษาอังกฤษSAT (Scolastic Assessment Tests) การสอบวัดมาตรฐาน ความรู้เด็กมัธยมปลาย high School ที่จะเข้าเรียนต่อ มหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัย จะกำหนดคะแนน SAT ในการพิจารณารับเข้าเรียน (admission)สอบ SAT แบ่งเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ คือ Reading Test, Writing & Language Test, Math Test, และ SAT Essay โดยแต่ละส่วนจะมีคะแนนตั้งแต่ 200-800 คะแนน คะแนนเต็มรวม คือ 2400 คะแนน เวลา ที่ใช้ในการสอบ คือ 3 ชม 45 นาที มีการพักเบรค เป็นช่วงสั้น ระหว่าง การทำ ข้อสอบ

สมัครสอบได้ที่ไหน บ้าง

SAT สมัครสอบ online ได้ที่เวปไซด์ https://collegereadiness.collegeboard.org/sat/register โดยผู้สอบ จะต้องกรอกแบบฟอร์ม ออนไลน์ เลือก วันที่จะต้องการสอบ ตามตาราง โดยแต่ละวันสอบ จะมี Deadline ของการสมัครสอบและขณะนี้ ตารางการสอบล่วงหน้า ปี2016-2017  ปี2017-2018 และปี 2018-2019 ได้เผยแพร่ในเวปไซด์แล้ว โดยสามารถดูรายละเอียด เพิ่มเติม ได้จาก บทความ เจาะลึก SAT

TEST Fees ค่าสอบ

มี ความ แตกต่าง โดย มี การแยก เป็น ส่วนอย่าง ชัดเจน ดังนี้ International SAT Registration Fees Test Fee SAT $43 + Non-U.S. Regional Fee $53  (East Asia/Pacific) = $96 SAT with Essay $54.50 + Non-U.S. Regional Fee $53  (East Asia/Pacific) = $107.50สำหรับการ เรียน SAT ที่ KAPLAN Certified Education Provider เป็นคอร์สสอนสดทั้ง 36 ชั่วโมง และจำกัดจำนวนนักเรียนเพียงไม่เกิน 15 คนต่อคลาส สอนโดย อาจารย์ มากประสบการณ์ ที่ การันตีความสำเร็จ และ ความประทับใจ จาก นักเรียน KAPLAN หลายต่อหลายรุ่น การเรียนการสอนเป็น ภาษาอังกฤษ ทั้งหมด เพื่อให้ ผู้เรียน คุ้นเคย กับ สภาพแวดล้อม ของ การเรียนแบบ  International Program ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการ เรียนรู้ และ การเตรียมตัว สำหรับ  SAT ดังนั้น แนะนำว่าผู้ที่จะสมัคร เรียน SAT กับ KAPLAN ควรมีพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ ที่ดี คือ มี คะแนนสอบ TOEFL iBT ที่ 80 หรือ สอบ IELTS ได้ที่ 6.0 ขึ้นไปสอบ SAT  เรียน SATนอกจากเรียนสดในห้องเรียนแล้ว ผู้เรียนยังสามารถใช้ facility ต่างๆของทางสถาบันฯ เพื่อทบทวนบทเรียนได้นานถึง 6 เดือนเต็ม ไม่ว่าจะเป็นการดู VDO “Lesson on Demand” การใช้ห้องสมุด และการฝึกทำข้อ สอบ SAT เสมือนจริง (Simulation Test) ได้ถึง 4 ครั้ง การทำข้อสอบ ขบวนการ คัดเลือก อาจาร์ยผู้สอน สำหรับ เรียน SAT ที่ KAPLAND  คือ ขบวนการเบื้องต้น ที่ KAPLAND ให้ความสำคัญมาก คือ
    1. อาจาร์ยผู้สอน ต้องเรียนจบ จากสถาบันในประเทศ หรือ ต่างประเทศ ที่ได้รับความเชื่อถือ ระดับสูง จาก วงการศึกษา
    2. ต้องผ่านการ ทดสอบ ภาษาอังกฤษ ในวิชาที่สอน เช่น สอน SAT ต้อง ได้คะแนน สอบ SAT มากกว่า เกณฑ์ที่ตั้งไว้
    3. ต้องผ่านการ สอน ให้ คณะกรรมการ คัดเลือก ก่อน จึงจะสามารถเริ่มการสอน ได้
เรียกว่า ได้ อาจาร์ยผู้สอน ครบ ทั้ง เรียนเก่ง สอนเก่ง เข้าถึง และ เข้าใจ นักเรียน ด้วย เพราะ ถ้าเข้าใจ คนเดียว ก็ ไม่มี ประโยชน์ KAPSTAR จึงมีความมั่นใจมาก และ กล้ารับประกัน ผลการ เรียน SAT 1250+