เรียน sat อย่างไร ให้ได้ผล อย่างที่ต้องการ

ถ้าน้องๆ คนไหนอยากเรียนต่อในโปรแกมอินเตอร์ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อง สอบ SAT ซึ่งเป็นข้อสอบมาตรฐานที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ที่อเมริกา รวมถึงหลักสูตรอินเตอร์ในประเทศไทยใช้ประกอบการสมัครเข้าเรียนระดับปริญญาตรี

แล้วทีนี้ อยู่ๆ เราจะไปสอบเลยก็คงไม่ได้ ก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมกันก่อน บางคนอาจจะเลือกที่จะซื้อหนังสือมาอ่านเตรียมตัวเองที่บ้าน แต่ก็มีอีกหลายๆ คนที่ตัดสินใจเรียน SAT ที่สถาบันกวดวิชาต่างๆ ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ทางเลือกของน้องๆ แต่ละคนนะ สำหรับบางคนอ่านเองก็โอเค แต่บางคนไป เรียน SAT ที่โรงเรียนกวดวิชาจะได้ผลดีกว่า

ยังไงก็แล้วแต่ ก่อนจะเริ่มการเตรียมตัวเพื่อสอบ SAT เราก็ต้องรู้กันก่อนว่าเค้าสอบ SAT กันยังไง สอบอะไรบ้าง สอบเมื่อไหร่ ที่ไหน ยังไง

รูปแบบข้อสอบ SAT

Sections3 sections

1.    Math

2.    Evidence-based Reading and Writing (Verbal)

3.    Essay (optional – ไม่สอบก็ได้ ถ้ามหาวิทยาลัยที่จะสมัครไม่เอาคะแนน essay เช่น โปรแกรมอินเตอร์ในเมืองไทย)

Scoringคะแนนรวม 400-1600

–       Math 200-800

–       Evidence-based Reading and Writing 200-800

–       Essay 0-24

Length of Test

(ไม่รวมเบรค)

Option 1: 3 ชั่วโมง (ไม่สอบ essay)

Option 2: 3 ชั่วโมง 50 นาที (รวม essay)

Answer Choicesข้อสอบปรนัย แต่ละข้อมี 4 ตัวเลือก
Incorrect Answer Penaltyไม่มีการตัดคะแนนถ้าตอบผิด (แบบนี้ถ้าข้อไหนทำไม่ได้หรือทำไม่ทัน แนะนำให้เดาไปเลยนะ เผิ่อมีโอกาศถูก)
Format of TestPaper and pencil (ก็คือการสอบโดยฝนคำตอบลงบนกระดาษคำตอบนั่นเอง)

 

 ในข้อสอบ SAT เค้าทดสอบอะไรเราบ้าง

Evidence-based Reading and Writing มีข้อสอบ 2 ส่วน คือ Reading Test กับ Writing & Language Test

ไม่มีข้อสอบแบบ sentence completion แต่เน้นคำถามที่เกี่ยวกับคำศัพท์ที่ตีความหมายได้หลากหลาย

Reading passages ต่างๆ จะดึงมาจากเอกสารทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ อาจจะมีภาพกราฟฟิกต่างๆ ประกอบด้วย เช่น กราฟ ตาราง หรือแผนภาพ

Reading passages จะมีทั้งคำศัพท์และโครงสร้างประโยคที่ซับซ้อน

มีการทดสอบเรื่องไวยากรณ์ รวมถึงการใช้เครื่องหมายวรรคตอน

Math  โจทย์เลขที่ต้องคำนวณหลายขั้นตอน

เลขคณิตระดับสูง รวมถึงตรีโกณมิติและเรขาคณิต

มีส่วนของ grid-in questions ที่ผู้สอบต้องเติมคำตอบเอง (4 คะแนน)

การตีความโจทย์ปัญหา (ต้องตีความโจทย์เลขและเข้าใจโจทย์ปัญหาภาษาอังกฤษ)

การสร้างสมการ และการแก้สมการ

Calculatorsข้อสอบเลขมี 2 sections โดยจะมี 1 section ที่ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลข และอีก 1 section ที่อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขได้ (section ที่ยาวกว่า)
Essayผู้สอบสามารถเลือกได้ว่าจะสอบ essay หรือไม่สอบก็ได้ (ต้องเลือกตั้งแต่ตอนลงทะเบียน)

 

สำหรับผู้ที่เลือกสอบ essay จะต้องเขียนเรียงความที่มีความยาว 600-700 คำ โดยเขียนวิเคราะห์เกี่ยวกับข้อโต้แย้งใน reading passage ที่เป็นโจทย์ ใช้เวลาสอบ 50 นาที

 

วันสอบ การสมัครสอบ และสถานที่สอบ SAT

ในประเทศไทย สถานที่สอบ SAT ส่วนใหญ่จะอยู่ตามโรงเรียนนานาชาติต่างๆ ส่วนจะมีสอบที่ไหนบ้าง รอบสอบมีเมื่อไหร่ และต้องลงทะเบียนสอบอย่างไร

ดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของ College Board เลย >>> www.CollegeBoard.com

รู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการสอบ SAT กันแล้ว ทีนี้น้องก็ต้องลองตัดสินใจกันดูแล้วล่ะ ว่าจะอ่านหนังสือเตรียมสอบเอง หรือจะหาที่ เรียน SAT เพื่อเตรียมตัวดี

วางแผนการ เรียน SAT อย่างไร

1.ที่ KAPLAN Certified Education Provider ดีตรงที่เป็น คอร์ส สอนสด ทั้ง 36 ชั่วโมง และ เป็น หลักสูตร เดียว กับ สาขาอื่น ทั่วโลก ได้ความรู้ แบบมาตรฐานเดียวกัน ทั่วโลก

2. จำกัด จำนวน นักเรียนเพียงไม่เกิน 15 คนต่อ คลาส ในหนึ่งคอร์สแบ่งการเรียนออกเป็น 3 ส่วน: Math, Reading & Writing, และ Essays ที่มุ่ง เน้น ในการ สอบ SAT  โดยเฉพาะ

3. อาจารย์ผู้สอน มีประสบการณ์สูง ทุกท่านล้วน จบการศึกษา จากต่างประเทศ และมี ความเชี่ยวชาญ เฉพาะทาง เข้าใจแนวทาง สอบ SAT เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ผู้สอน ทุกท่าน ต้องผ่าน ยอมรับ จากคณะกรรมการ โดยการ สอน ให้ กรรมการ ดูก่อน  เพื่อให้ แน่ใจว่า ผู้สอน มีความรู้ และ สามารถ สอนได้ 
4.คอร์ส เรียน SAT  สอนเป็น ภาษา อังกฤษ ทั้งหมด เพื่อให้ผู้เรียนคุ้นเคยกับ สภาพแวดล้อมของ การเรียน การสอนแบบ  International Program ซึ่งจะเป็นผลดีต่อ การเรียนรู้ และ การเตรียมตัว ดังนั้น แนะนำว่า ผู้ที่จะสมัคร  SAT  ควรมี พื้นฐาน ภาษาอังกฤษที่ดี คือ มีคะแนนสอบ TOEFL iBT ที่ 80 หรือ IELTS ที่ 6.0 ขึ้นไป เพราะการ SAT ไม่ใช่การ ทดสอบ ทางภาษาอังกฤษ อย่างเดียว แต่เป็นการทดสอบ ความรู้ คณิตศาสตร์ ด้วย

5. นอกจากการ เรียน SAT สด ใน ห้องเรียน แล้ว ผู้เรียน ยังสามารถใช้ facility ต่างๆของทางสถาบันฯ เพื่อ ทบทวน บทเรียน ได้นานถึง 6 เดือนเต็ม ไม่ว่าจะเป็นการดู VDO “Lesson on Demand” การใช้ ห้องสมุด ทบทวนบทเรียน ได้ ตลอดเวลา

7.นักเรียน สามารถเข้าใช้ ห้องสอบจำลอง เพื่อ การฝึก สอบ SAT เสมือนจริง (Simulation Test) ได้ถึง 4 ครั้ง เพื่อ ทดสอบ ความรู้ ก่อน สอบจริง เพื่อให้ มั่นใจ ในการ สอบยิ่งขึ้น

8.ผู้เรียนทุกท่าน จะได้รับ หนังสือ ที่ส่งตรง มาจาก สหรัฐอเมริกา ไม่มี จำหน่าย ที่ใด ในประเทศไทย

8. การ เดินทาง สะดวก ที่ตั้ง อยู่ใจ กลางเมือง มีสิ่งอำนวย ความสะดวก พร้อม สำหรับ การเรียนรู้

ตารางเรียน สำหรับ คอร์ส SAT

เลือก เรียน แบบ 36 ชั่วโมงภายใน  1 เดือน หรือ 2 เดือน เรียน เสาร์-อาทิตย์ 9:00-16:00

เลือก เรียน ได้ ทั้งสอง สาขา เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ สยามสแคร์ เดินทางสะดวก นักเรียน สมัครเรียน ออนไลน์ ได้ที่หน้าเวปไซด์ http://kapstar.com/how-to-enroll/ ชำระ เงินสด ที่สถาบัน หรือ โอนเงินผ่านตู้ ATM ชำระ ผ่าน เคาท์เตอร์ ธนาคาร รายละเอียด หรือ สอบถาม 02 937 0955 central , Siam 02 658 4466

ตารางเรียน SAT สาขา สยาม

เมื่อเรามี ทุกสิ่งพร้อม ที่จะสนุบสนุน SAT  แล้ว ทุกสิ่ง ก็ขึ้นอยู่กับ ตัวเรา เป็น สำคัญ ว่าจะมี ความตั้งใจ ได้มากน้อยเท่าไหร่ ทำคะแนน SAT ได้ถึง 1250 ++  ไม่ยาก เลย

เรียน SAT พร้อม