เทคนิค การเพิ่มคะแนน ielts ภายใน 1 เดือน

เทคนิค สอบ ielts ให้ได้ คะแนน เกิน  7 ภายใน 1 เดือน ด้วยระบบ ข้อสอบจำลอง

เลือก สถานที่เรียน ที่มี ข้อสอบจำลอง เพราะ เราจะได้ ทดสอบ ตัวเรา  ให้ รู้ ว่า จุดอ่อน จุดด้อย ของเรา เมื่อเรียนไปได้ ประมาณ 1 เดือน ให้ลองทำ ข้อสอบจำลอง เพื่อ วิเคราะห์ความสามารถ ในแต่ละส่วน

คือ อะไร ไม่ต้องไป ลอง ข้อสอบจริง มันแพงเริ่มจาก เดือน ที่ 1 ระยะ เวลา 30 วันลงเรียน แบบ ทุกวิชา เรียน แบบ เทน้ำหนัก ให้ เท่าๆ กันฝึกพูด ฝึก คุย กับ อาจารย์ ให้ห้องเรียน ให้ ได้ มาก ที่สุด อยู่
ที่โรงเรียน สอนพิเศษ ให้ เยอะเมื่อ เรียน ครบ  1 เดือน ทำขอ้สอบ จำลอง ดูว่าได้ คะแนน เป็นอย่างไร ทักษะใด ได้มากน้อย เพียงใดเริ่มมองหา ทักษะ เฉพาะ ที่เรา ต้องเสริม ลงเรียน เฉพาะ ทักษะ ที่อ่อน ได้เลย

ขณะเดียวกัน เราก็ต้องเรียน แบบ ทุกษะ อยู่ นะ อย่าทิ้ง ไม่เช่นนั้นจะ กลายเป็น ได้หน้าลืมหลังครบเดือน ที่สอง สอบข้อสอบจำลอง อีกครั้ง เปรียบเทียบคะแนน ว่า ได้ดีหรือไม่ มาถูกทาง หรือ ยังจากนั้น เสริม ทุกทักษะ  อีก 15 วัน

ทำ ข้อสอบจำลอง อีกเทคนนิค การทำ ข้อสอบจำลอง ไม่เพียงแค่ ให้ เรา รู้ จุด อ่อน จุดด้อย ของ ตัวเอง ยัง เป็น การ สร้างความคุ้นเคย ในการ ข้อสอบ สามารถ จัดการ กับ ระยะเวลา ที่จำกัด ใน ห้องสอบ ได้ อย่างดี

การเตรียมตัวเพื่อ สอบ  ให้ได้ผลดีเรียน IELTS เน้น สอนสด จำเป็นต้องมีการ ฝึกฝน เพื่อพัฒนา ทักษะ การสื่อสาร ภาษาอังกฤษ ทั้ง 4 ทักษะ คือการ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน หมั่นทบทวน และทำ ข้อสอบเสมือนจริง เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับรูปแบบ การสอบ และ การบริหารเวลา ในการทำ ข้อสอบ แต่ละส่วน นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของ เทคนิค การทำข้อสอบ ที่อาจารย์ผู้มากประสบการณ์ จะสามารถ ถ่ายทอด และให้ คำแนะนำ ที่เป็น ประโยชน์สูงสุด กับ ผู้เรียน ได้เราให้ความสำคัญกับการเรียนในห้อง ที่เป็น คอร์สสอนสด ครบ ถ้วนทั้ง 4 ทักษะ ในเวลา 60 ชั่วโมงเต็ม และ มีนักเรียน ไม่เกินคลาสละ 15 คน รวมทั้งการฝึกฝนและ ทบทวนบท เรียนด้วยตนเองของผู้เ

ระบบข้อสอบจำลอง ielts ครบทั้ง 4 part

รียน ผ่านการดู VDO เทปการสอน การใช้ ห้องสมุด  และการฝึกทำ ข้อสอบเสมือนจริง (Simulation Test) ได้ ตามแพคเกจ ที่เลือก เรียน งบประมาณ ในการเรียน สามารถเลือกได้ โดยราคา การเรียน 1 ทักษะ อยู่ที่ 4500 บาท รวมหนังสือ ที่ส่งตรงจาก อเมริกา แล้ว เลือก ทักษะ ที่ต้องการเรียนได้ตามต้องการ เรียน 12 ชม สอนสด ห้องละ ไม่เกิน 12 คน ใช้ห้องสมุดได้ เดือน ครึ่ง    การทำข้อสอบเสมือนจริง (Simulation Test) คือ องค์ประกอบสำคัญในการทำข้อ สอบ  ครั้งเดียวผ่านเราควรมีการ วางแผน การทำ ข้อสอบจำลอง อย่างเป็น แบบแผน เพื่อประเมิน จุดอ่อน จุดด้วย ของเรา ได้อย่างถูกต้องโดยก่อนเรียน ทำแบบ ทดสอบ 1 ครั้ง เพื่อให้ รู้จักความสามารถทาง ภาษาอังกฤษของเราก่อนเรียน เราจะได้มุ่งได้ถูก ทิศทางเมื่อเรียนไป สักช่วงหนึ่ง เราควรนำ ผลการทำ ขอ้สอบ จำลอง มาเปรียบเทียบกัน เพื่อเสริมจุดอ่อน จน เรา สามารถ กำจัด จุดอ่อน นั้นได้มากที่สุด ก่อนที่ เราจะดำเนิน สอบจำลอง นักเรียนต้องมี ความซื่อสัตย์ ต่อ ตนเอง ในการทำ ข้อสอบจำลอง ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า การทำข้อสอบจำลองทุกครั้ง ต้องคิดว่านี่ คือ การสอบจริง ต้องมีการเตรียมความพร้อมทุกครั้ง ก่อนทำ ข้อสอบจำลอง เพื่อให้เราดึงความสามารถของเราออกมาได้อย่างเต็มที่ การทำข้อสอบจำลอง ที่นี่ จะมีการจับเวลา และ อยู่ใน บรรยากาศ เสมือนจริง มากที่สุด เพื่อ ให้ ผู้สอบ คุ้นชิน เมื่อ สอบจริง และ เข้าใจ ขั้นตอน ต่างๆ ได้ดีถ้า เราไม่พร้อม ขอให้ เลื่อน การทำ ข้อสอบจำลอง ไปก่อน เพราะ ให้เรานึกว่า ถ้าเรา สอบจึงเราต้องเสียเงินจริง การทำ ข้อสอบจำลอง เพื่อทดสอบ ความพร้อม ของเรา ก่อนสอบจริง คือ ส่วนสำคัญในการผ่าน ในครั้งเดียว นอกเหนือ จากการ เรียน ielts กับ ผู้สอนที่ คุณวุฒิสูง สื่อการเรียน หนังสือ ที่มีเนื้อหา เข้มข้นสำหรับใครที่ต้องการเน้นการ พัฒนา ทักษะ การพูด และ การเขียน โดยเฉพาะ ทาง KAPLAN ก็มีหลักสูตร Upgrading Skills อีกหนึ่งคอร์สที่อยากจะแนะนำ เป็น คอร์สสอนสด 24 ชั่วโมง ที่เน้นเฉพาะ Speaking & Writing Skills ซึ่งเป็น ทักษะ ที่ นักเรียนไทย มักมีปัญหา

โดยคอร์สนี้จะมี นักเรียน ในห้องเพียง ไม่เกิน 12 คนเท่านั้น

phonics คือ กุญแจ ของ Speaking test

อย่างที่รู้ กัน ว่า Speaking คือ ส่วนที่มักจะได้ คะแนนน้อย สำหรับ นักเรียนบางคน ในการ สอบ ilets

และ มันก็อาจจะ ง่ายมาก สำหรับ นักเรียนที่ เติบโต มากับ ภาษาอังกฤษ

และ มันก็ไม่ง่าย นักเพราะ ไม่เพียงแค่ ออกเสียง ให้ ถูกต้อง คุณยังจะต้อง ใช้ ศัพท์ ให้ เหมาะสมด้วย

การออกเสียงใน รูปแบบ Phonics จะทำให้ เรา สามารถ ออกเสียงให้ ถูกต้อง คำว่าถูกต้อง ไม่ได้ หมายความว่า สำเนียงแบบ เจ้าของ ภาษานะคะ

คำว่า ออกเสียงถูกต้อง คือ เสียงสูง เสียงต่ำ เสียงเน้น ที่พยางค์ ที่ถูกต้อง คือ สิ่ง ที่จะ ทำให้ กรรมการ ฟังรู้เรื่อง รู้ว่าเราใช้ศัพท์ ที่เราต้องการ สื่อสาร คะ

    • โฟนิคส์ (Phonics) คืออะไร โฟนิคส์ คือวิธีการเรียนอ่านเขียนและออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้หลักการถอดรหัสเสียงและการผสมเสียงตัวอักษร a ถึง z ทั้ง 26 ตัว ผู้เรียนจะต้องเข้าใจเสียงของตัวอักษรต่างๆ และออกเสียงเหล่านั้นให้ได้อย่างถูกต้องจึงจะสามารถผสมเสียงออกมาเป็นคำได้ ยกตัวอย่างเช่น การสะกดคำว่า cat ในสมัยเราๆ จะท่องกันว่า ซี-เอ-ที แคท แมว ซึ่งยากที่จะเข้าใจว่าทำไม ซี-เอ-ที ถึงกลายเป็นแคทไปได้ เพราะการท่องแบบนี้ไม่ได้ใช้หลักการผสมเสียงแต่เป็นการท่องจำการสะกดคำเสียมากกว่า

จากตัวอย่างนี้ ถ้าเรียนตามหลักโฟนิคส์ จะสอนให้รู้จักตัว “c” จากเสียงของมันคือเสียง “ค” (ออกเสียงเคอะ เบาๆ ในลำคอ) ตัว “a” เป็นเสียง “แอะ” และตัว “t” เป็นเสียง “ท” (ออกเสียง เทอะ เบาๆ ใช้ปลายลิ้นกระทบฟันหน้าบน) และผสมเสียงกันเป็น “ค-แอะ-ท แคท” (ลองออกเสียง ค-แอะ-ท ซ้ำๆ เร็วๆ จะพบว่าสุดท้ายจะออกเสียงเป็น “แคท”) หลักการถอดรหัสเสียง และผสมเสียงแบบนี้แหละค่ะที่เรียกว่าโฟนิคส์นั่นเอง

อย่าง ภาษาอังกฤษ ที่มี “th” เราต้อง ออกเสียง และ ลิ้น ต้องมาชน ฟันหน้า Thor  อ่านว่า ธอร์

phonic ช่วยเพิ่มคะแนน part speaking ใน สอบ ilets